บทความ


วัดหลวงขุนวิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่


คำอธิบาย:

ประวัติความเป็นมา / Temple History and Lore / 历史背景

วัดหลวงขุนวิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่
        ความเป็นมาของวัดหลวงขุนวินไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง เพราะสร้างมาหลายยุคหลายสมัย มีทั้งรุ่งเรืองบ้างและเสื่อมบ้างบางสมัยก็กลายเป็นวัดร้างหลายปี แต่จากการเล่าต่อกันมาจากผู้เฒ่าผู้แก่รวบรวมไว้โดยย่อดังนี้
พระพุทธองค์ทรงเสด็จมายังบริเวณที่ตั้งของวัดหลวงขุนวินปัจจุบันนี้ มีชาวลัวะ ๒ คน คือ ขุนสาบและขุนสระเมิง มีจิตเลื่อมใส ได้กราบทูลขอพระเกศาธาตุ พระพุทธองค์ทรงประทานให้แล้วสร้างพระเจดีย์ครอบไว้บนยอดเตี้ยๆ ลูกหนึ่งชื่อว่า พระธาตุม่อนเปี้ยะ หลังจากนั้น พระพุทธองค์ก็ทรงเสด็จมาทางทิศที่จะมาเพื่อประทับรอยพระบาท แต่ในสถานที่นั้นหินที่เป็นก้อนใหญ่ไม่ค่อยมีจึงได้หินก้อนหนึ่งกว้างประมาณ ๑ ศอก และยาว ๒ ศอก นำมาถวายพระพุทธองค์ทรงประทับรอยพระบาทให้ แต่เนื่องจากหินก้อนเล็กไปจึงปรากฏเฉพาะรอยฝ่าพระบาทเท่านั้น ส่วนส้นและนิ้วพระบาทหายไป และพระพุทธองค์ทรงทำนายไว้ว่า พระพุทธบาทนี้ไม่เต็มรอยเพราะแหว่งไป (ภาษาพื้นเมืองเรียกว่า หวิดไป) ฉะนั้นเมืองนี้จึงมีชื่อว่าเมืองหวิด ต่อมาได้ชื่อว่าเมืองวิน หลังเป็นวัดร้างนาน ปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ครูบาอุ่นเรือน สุภทฺโท วัดควรนิมิตร ต.มะขามหลวง อ.สันป่าตอง มาบูรณะวัดนี้อีกครั้งหนึ่ง สร้างเสร็จได้นิมนต์ครูบาอภิชัย ขาวปี มาเป็นประธานร่วมฉลอง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๑

Wat Luang Khun Win, A. Mae Wang
        Much of this temple’s history has been lost to the past as there were times when it prospered as well as abandoned. 
Today it is believed that the Buddha himself came to the location of the temple on a pilgrimage where he encountered two members of the Lawa people – Khun Sab and Khun Sra Muang. Being of pure heart, when they asked the Buddha for a strand of his hair he obliged and a pagoda was built to house the relic atop a small hill, the pagoda then was named Phra That Mon Pia. The Buddha was also asked to leave a footprint for future worshipers and again obliged. However, the rock brought to him was too small so only parts of his foot was imprinted, the heel and toes being too large to fit. The town was subsequently named Muang Wid, with the word wid meaning to be chipped or split, which eventually morphed into Muang Win. Following years of being abandoned, Kruba Oonroen Supottho of Wat Ban Kuan in Sanpatong District renovated the temple in 1954, inviting Kruba Apichai Kaopee to preside over its opening in 1958. 

清迈Mae Wang县的Wat Luang Khun Win寺
        
目前找不到关于Para That Wat Luang Khun Win寺的历史依据,因为它建成的历史久远,随着社会发展的繁荣和衰败,这座寺庙曾经被废弃多年,根据老年人的口述记载整理如下:
传说佛陀来到目前Luang Khun Win寺的区域,遇到名叫Khun Sab和Khun Sara Meng的两个人,心地纯洁,于是让他们建一座低矮的宝塔,并命名为Phra That Monpeeya。后来佛祖来到这里因佛脚印,但是因为那个地方的石头不是很大,只找到一块宽半米长半米的石头,结果脚印只有脚跟部分没有脚掌部分,佛陀说脚印没有印全时的发音是Wit bai,所以这座城市的名字就叫做Muang Wit,后来慢慢就叫做Muang Win。后来这座寺庙废弃了漫长的一段时间后,在佛历2497年(公元1954年),Sanpatong县Phrom Luang区Ban Khuan寺的Kruba Wonlern Supatho上师来到这里修复了这座寺庙,并在佛历2501年(公元1958年)邀请Kruba Aphichai Khao来担任住持并举行了庆典。

สิ่งสำคัญภายในวัด / Interesting Discoveries / 寺庙里的重要文物
        พระวิหาร หอพระไตร และ ศาลาปฏิบัติธรรม มีทางเดินขึ้นไปชม วิหารศิลปะเชียงของ และ วิหารที่ประดิษฐานของ พระพุทธรูปไม้แกะสลักจากต้นจำปีป่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก
        The Viharn, the hall of scriptures and the meditation sala. There is also a walk to visit the Chiang Kong art hall and the largest Buddha image carved out of jungle magnolia wood in the world.
        具有Chiang Kong艺术风格的寺庙大殿,里面供奉着一尊由整棵原始森林里的大树雕刻而成的全世界最大的木雕佛像。
 

© Copyright 2022 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่
Chiangmai Cultural Office.